ผู้กู้ร่วมเสียชีวิตต้องทำอย่างไร
อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ย. 2026
82 ผู้เข้าชม

เมื่อผู้กู้ร่วมเสียชีวิตระหว่างที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ จะส่งผลกระทบต่อการผ่อนบ้านอย่างไร และต้องดำเนินการต่อไปอย่างใด ลองมาหาคำตอบกัน
ผู้กู้ร่วมเสียชีวิตส่งผลกระทบต่อการผ่อนชำระสินเชื่อบ้านอย่างไร?
ผู้กู้ร่วมเสียชีวิต ในเบื้องต้นจะยังไม่กระทบต่อสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยซึ่งยังอยู่ในระหว่างสัญญา โดยสัญญากู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยที่ทำกับธนาคารนั้นไม่ได้ระงับไปจากการเสียชีวิตของผู้กู้ร่วมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย กล่าวได้ว่าสถานะของผู้กู้ร่วมแต่ละฝ่ายยังคงอยู่ในสภาพเดิมเหมือนก่อนเสียชีวิต
การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของสินเชื่อบ้านจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ที่เกี่ยวข้องแจ้งให้ธนาคารทราบว่าผู้กู้ร่วมเสียชีวิต เมื่อนั้นธนาคารจะเรียกให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้เสียชีวิตเข้ามาลงชื่อเพื่อแสดงเจตนาที่จะรับสภาพหนี้ ภายใน 1 ปี
ผลที่เกิดจากการแสดงเจตนายอมรับสภาพหนี้นั้นจะมีผลผูกพันกับทายาทของผู้กู้ร่วมซึ่งเสียชีวิต โดยทำให้ทายาทที่รับสภาพหนี้เข้ามาอยู่ในฐานะลูกหนี้ของธนาคารแทนที่ผู้กู้ร่วมที่เสียชีวิต ในส่วนนี้มีข้อจำกัดคือทายาทที่จะสามารถรับสภาพหนี้ได้นั้นจะต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
___________________________________________
ผู้กู้ร่วมเสียชีวิตส่งผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์ของบ้านอย่างไร?
สำหรับกรรมสิทธิ์ของบ้านนั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น จากเดิมที่เป็นการกู้ร่วมกันทำให้กรรมสิทธิ์ในบ้านเป็นของผู้กู้ร่วมแต่ละฝ่ายคนละครึ่ง ดังนั้น เมื่อผู้กู้ร่วมฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตกรรมสิทธิ์ครึ่งหนึ่งจึงตกทอดไปสู่ทายาท
ในขั้นตอนนี้จะต้องมีการไปดำเนินการที่สำนักงานที่ดิน ณ เขตซึ่งอสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ ทายาทและผู้จัดการมรดกจะแจ้งความจำนงค์เพื่อขอเปลี่ยนแปลงชื่อด้านหลังโฉนดจากผู้กู้ร่วมที่เสียชีวิตเปลี่ยนเป็นชื่อของตนเอง ซึ่งในการดำเนินการนี้จะมีค่าธรรมเนียมในการโอน 2% ของราคาประเมิน
___________________________________________
5 กรณีที่เกิดขึ้นเมื่อผู้กู้ร่วมเสียชีวิต
ประเด็นการผ่อนชำระสินเชื่อบ้านต่อไปหลังจากที่ผู้กู้ร่วมฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตไปแล้ว มีกรณีต่าง ๆ ซึ่งควรสนใจ ดังนี้
1. กรณีผู้กู้ร่วมเสียชีวิตทำประกัน MRTA ไว้
ประกัน MRTA (Mortgage Reducing Term Assurance) หรือประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ คือประกันที่ผู้กู้หรือผู้กู้ร่วมสามารถเลือกใช้บริการได้กับธนาคารที่ให้กู้ โดยประกัน MRTA นี้จะให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันในกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิตหรือพิการถาวร
โดยประกัน MRTA จะผ่อนชำระหนี้บ้านแทนให้ตามวงเงินคุ้มครองที่ผู้เอาประกันได้ทำประกันเอาไว้ ดังนั้น ในกรณีที่ผู้กู้ร่วมเสียชีวิตได้ทำประกัน MRTA เอาไว้ก็จะได้เงินจากประกันเพื่อชำระหนี้บ้านตามวงเงิน
ยกตัวอย่าง ถ้าวงเงินกู้บ้านเท่ากับ 2 ล้านบาท มีผู้กู้ร่วม 2 คน เท่ากับว่าผู้กู้ร่วมแต่ละฝ่ายรับผิดชอบหนี้คนละ 1 ล้านบาท
ถ้าหากผู้กู้ร่วมฝ่ายที่เสียชีวิตทำประกัน MRTA โดยมีวงเงินคุ้มครอง 6 แสนบาท เมื่อผู้กู้ร่วมเสียชีวิตก็จะได้รับเงิน 6 แสนบาทจากประกันมาชำระหนี้ในส่วนของผู้กู้ร่วม จึงเหลือยอดหนี้ค้างชำระส่วนของผู้กู้ร่วมอีก 4 แสนบาท ซึ่งเป็นยอดหนี้ซึ่งทายาทของผู้กู้ร่วมจะแสดงเจตนารับสภาพหนี้และชำระหนี้ต่อ
2. กรณีทายาทของผู้กู้ร่วมชำระสินเชื่อบ้านต่อ
ในกรณีที่ทายาทของผู้กู้ร่วมแสดงเจตนารับสภาพหนี้ ยอดหนี้ที่ทายาทจะต้องร่วมกันชำระต่อกับผู้กู้ร่วมอีกฝ่ายก็คือครึ่งหนึ่งของยอดหนี้คงเหลือล่าสุด โดยทายาทที่จะรับชำระหนี้ต่อนั้นนอกจากจะต้องบรรลุนิติภาวะแล้ว ก็จะต้องผ่านการประเมินจากทางธนาคารว่ามีความสามารถในการชำระหนี้ได้ในฐานะผู้กู้ร่วม โดยพิจารณาจากรายได้และปริมาณหนี้ที่บุคคลจะสามารถแบกรับภาระได้
3. กรณีผู้กู้ร่วมอีกฝ่ายสามารถผ่อนต่อเพียงคนเดียว
กรณีที่ผู้กู้ร่วมอีกฝ่ายสามารถมีความสามารถที่จะผ่อนชำระสินเชื่อในส่วนของตนเองและส่วนของผู้กู้ร่วมที่เสียชีวิตไปด้วย ตนเองก็สามารถผ่อนชำระต่อไปได้เลยไม่เป็นปัญหากับทางธนาคารแต่อย่างใด แต่ในกรณีนี้จะมีประเด็นว่ากรรมสิทธิ์ในบ้านครึ่งหนึ่งยังคงตกทอดสู่ทายาทของผู้กู้ร่วมฝ่ายที่เสียชีวิตอยู่ดี
4. กรณีผู้กู้ร่วมต้องการหาผู้กู้ร่วมคนใหม่มาช่วยผ่อนต่อ
ผู้กู้ร่วมสามารถหาผู้กู้ร่วมรายใหม่มาช่วยผ่อนสินเชื่อบ้านต่อได้ มีเงื่อนไขว่าผู้กู้ร่วมใหม่จะต้องมีความสัมพันธ์เชิงเครือญาติกัน โดยสามารถแจ้งความต้องการเปลี่ยนผู้กู้ร่วมใหม่แก่ธนาคารได้ ซึ่งธนาคารจะมีการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ร่วมรายใหม่เสมือนการยื่นกู้ใหม่
โดยทั่วไปแล้วสัดส่วนของหนี้ที่ธนาคารยอมรับให้ผู้กู้แบกรับได้จะอยู่ในช่วง 40-60% ของรายได้
5. กรณีไม่สามารถผ่อนชำระบ้านต่อด้วยตนเอง และไม่สามารถหาผู้กู้ร่วมได้
สำหรับกรณีนี้ในเบื้องต้นทางธนาคารจะให้เวลาผู้กู้ร่วมในการหาผู้กู้ร่วมรายใหม่ โดยมีมาตรการยืดหยุ่นระยะเวลาในการผ่อนชำระ เช่น สำหรับธนาคารกสิกรไทยมีการผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ย 3 เดือน แต่ถ้าผู้กู้ร่วมยังไม่สามารถหาผู้กู้ร่วมรายใหม่ได้
ผู้กู้ร่วมจำเป็นที่จะต้องขายบ้านดังกล่าวออกไปแก่บุคคลภายนอก โดยจำเป็นต้องประสานกับผู้จัดการมรดกของผู้กู้ร่วมที่เสียชีวิตเพื่อยินยอมให้ดำเนินการขายบ้านร่วมกัน ซึ่งผู้กู้ร่วมเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถขายบ้านเองได้ และในกรณีสุดท้ายที่ไม่สามารถขายบ้านได้ และไม่สามารถชำระหนี้บ้านได้ธนาคารจะถือว่าผู้กู้ร่วมเดิมและทายาทของผู้กู้ร่วมฝ่ายที่เสียชีวิตผิดนัดชำระหนี้
___________________________________________
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก DD Property
ผู้กู้ร่วมเสียชีวิตส่งผลกระทบต่อการผ่อนชำระสินเชื่อบ้านอย่างไร?
ผู้กู้ร่วมเสียชีวิต ในเบื้องต้นจะยังไม่กระทบต่อสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยซึ่งยังอยู่ในระหว่างสัญญา โดยสัญญากู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยที่ทำกับธนาคารนั้นไม่ได้ระงับไปจากการเสียชีวิตของผู้กู้ร่วมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย กล่าวได้ว่าสถานะของผู้กู้ร่วมแต่ละฝ่ายยังคงอยู่ในสภาพเดิมเหมือนก่อนเสียชีวิต
การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของสินเชื่อบ้านจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ที่เกี่ยวข้องแจ้งให้ธนาคารทราบว่าผู้กู้ร่วมเสียชีวิต เมื่อนั้นธนาคารจะเรียกให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้เสียชีวิตเข้ามาลงชื่อเพื่อแสดงเจตนาที่จะรับสภาพหนี้ ภายใน 1 ปี
ผลที่เกิดจากการแสดงเจตนายอมรับสภาพหนี้นั้นจะมีผลผูกพันกับทายาทของผู้กู้ร่วมซึ่งเสียชีวิต โดยทำให้ทายาทที่รับสภาพหนี้เข้ามาอยู่ในฐานะลูกหนี้ของธนาคารแทนที่ผู้กู้ร่วมที่เสียชีวิต ในส่วนนี้มีข้อจำกัดคือทายาทที่จะสามารถรับสภาพหนี้ได้นั้นจะต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
___________________________________________
ผู้กู้ร่วมเสียชีวิตส่งผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์ของบ้านอย่างไร?
สำหรับกรรมสิทธิ์ของบ้านนั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น จากเดิมที่เป็นการกู้ร่วมกันทำให้กรรมสิทธิ์ในบ้านเป็นของผู้กู้ร่วมแต่ละฝ่ายคนละครึ่ง ดังนั้น เมื่อผู้กู้ร่วมฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตกรรมสิทธิ์ครึ่งหนึ่งจึงตกทอดไปสู่ทายาท
ในขั้นตอนนี้จะต้องมีการไปดำเนินการที่สำนักงานที่ดิน ณ เขตซึ่งอสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ ทายาทและผู้จัดการมรดกจะแจ้งความจำนงค์เพื่อขอเปลี่ยนแปลงชื่อด้านหลังโฉนดจากผู้กู้ร่วมที่เสียชีวิตเปลี่ยนเป็นชื่อของตนเอง ซึ่งในการดำเนินการนี้จะมีค่าธรรมเนียมในการโอน 2% ของราคาประเมิน
___________________________________________
5 กรณีที่เกิดขึ้นเมื่อผู้กู้ร่วมเสียชีวิต
ประเด็นการผ่อนชำระสินเชื่อบ้านต่อไปหลังจากที่ผู้กู้ร่วมฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตไปแล้ว มีกรณีต่าง ๆ ซึ่งควรสนใจ ดังนี้
1. กรณีผู้กู้ร่วมเสียชีวิตทำประกัน MRTA ไว้
ประกัน MRTA (Mortgage Reducing Term Assurance) หรือประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ คือประกันที่ผู้กู้หรือผู้กู้ร่วมสามารถเลือกใช้บริการได้กับธนาคารที่ให้กู้ โดยประกัน MRTA นี้จะให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันในกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิตหรือพิการถาวร
โดยประกัน MRTA จะผ่อนชำระหนี้บ้านแทนให้ตามวงเงินคุ้มครองที่ผู้เอาประกันได้ทำประกันเอาไว้ ดังนั้น ในกรณีที่ผู้กู้ร่วมเสียชีวิตได้ทำประกัน MRTA เอาไว้ก็จะได้เงินจากประกันเพื่อชำระหนี้บ้านตามวงเงิน
ยกตัวอย่าง ถ้าวงเงินกู้บ้านเท่ากับ 2 ล้านบาท มีผู้กู้ร่วม 2 คน เท่ากับว่าผู้กู้ร่วมแต่ละฝ่ายรับผิดชอบหนี้คนละ 1 ล้านบาท
ถ้าหากผู้กู้ร่วมฝ่ายที่เสียชีวิตทำประกัน MRTA โดยมีวงเงินคุ้มครอง 6 แสนบาท เมื่อผู้กู้ร่วมเสียชีวิตก็จะได้รับเงิน 6 แสนบาทจากประกันมาชำระหนี้ในส่วนของผู้กู้ร่วม จึงเหลือยอดหนี้ค้างชำระส่วนของผู้กู้ร่วมอีก 4 แสนบาท ซึ่งเป็นยอดหนี้ซึ่งทายาทของผู้กู้ร่วมจะแสดงเจตนารับสภาพหนี้และชำระหนี้ต่อ
2. กรณีทายาทของผู้กู้ร่วมชำระสินเชื่อบ้านต่อ
ในกรณีที่ทายาทของผู้กู้ร่วมแสดงเจตนารับสภาพหนี้ ยอดหนี้ที่ทายาทจะต้องร่วมกันชำระต่อกับผู้กู้ร่วมอีกฝ่ายก็คือครึ่งหนึ่งของยอดหนี้คงเหลือล่าสุด โดยทายาทที่จะรับชำระหนี้ต่อนั้นนอกจากจะต้องบรรลุนิติภาวะแล้ว ก็จะต้องผ่านการประเมินจากทางธนาคารว่ามีความสามารถในการชำระหนี้ได้ในฐานะผู้กู้ร่วม โดยพิจารณาจากรายได้และปริมาณหนี้ที่บุคคลจะสามารถแบกรับภาระได้
3. กรณีผู้กู้ร่วมอีกฝ่ายสามารถผ่อนต่อเพียงคนเดียว
กรณีที่ผู้กู้ร่วมอีกฝ่ายสามารถมีความสามารถที่จะผ่อนชำระสินเชื่อในส่วนของตนเองและส่วนของผู้กู้ร่วมที่เสียชีวิตไปด้วย ตนเองก็สามารถผ่อนชำระต่อไปได้เลยไม่เป็นปัญหากับทางธนาคารแต่อย่างใด แต่ในกรณีนี้จะมีประเด็นว่ากรรมสิทธิ์ในบ้านครึ่งหนึ่งยังคงตกทอดสู่ทายาทของผู้กู้ร่วมฝ่ายที่เสียชีวิตอยู่ดี
4. กรณีผู้กู้ร่วมต้องการหาผู้กู้ร่วมคนใหม่มาช่วยผ่อนต่อ
ผู้กู้ร่วมสามารถหาผู้กู้ร่วมรายใหม่มาช่วยผ่อนสินเชื่อบ้านต่อได้ มีเงื่อนไขว่าผู้กู้ร่วมใหม่จะต้องมีความสัมพันธ์เชิงเครือญาติกัน โดยสามารถแจ้งความต้องการเปลี่ยนผู้กู้ร่วมใหม่แก่ธนาคารได้ ซึ่งธนาคารจะมีการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ร่วมรายใหม่เสมือนการยื่นกู้ใหม่
โดยทั่วไปแล้วสัดส่วนของหนี้ที่ธนาคารยอมรับให้ผู้กู้แบกรับได้จะอยู่ในช่วง 40-60% ของรายได้
5. กรณีไม่สามารถผ่อนชำระบ้านต่อด้วยตนเอง และไม่สามารถหาผู้กู้ร่วมได้
สำหรับกรณีนี้ในเบื้องต้นทางธนาคารจะให้เวลาผู้กู้ร่วมในการหาผู้กู้ร่วมรายใหม่ โดยมีมาตรการยืดหยุ่นระยะเวลาในการผ่อนชำระ เช่น สำหรับธนาคารกสิกรไทยมีการผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ย 3 เดือน แต่ถ้าผู้กู้ร่วมยังไม่สามารถหาผู้กู้ร่วมรายใหม่ได้
ผู้กู้ร่วมจำเป็นที่จะต้องขายบ้านดังกล่าวออกไปแก่บุคคลภายนอก โดยจำเป็นต้องประสานกับผู้จัดการมรดกของผู้กู้ร่วมที่เสียชีวิตเพื่อยินยอมให้ดำเนินการขายบ้านร่วมกัน ซึ่งผู้กู้ร่วมเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถขายบ้านเองได้ และในกรณีสุดท้ายที่ไม่สามารถขายบ้านได้ และไม่สามารถชำระหนี้บ้านได้ธนาคารจะถือว่าผู้กู้ร่วมเดิมและทายาทของผู้กู้ร่วมฝ่ายที่เสียชีวิตผิดนัดชำระหนี้
___________________________________________
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก DD Property
บทความที่เกี่ยวข้อง
20 ธ.ค. 2025
5 ม.ค. 2025
16 ก.ย. 2026


