แชร์

5 ค่าใช้จ่ายหลักในการรีไฟแนนซ์บ้าน

อัพเดทล่าสุด: 25 ส.ค. 2026
29 ผู้เข้าชม

รีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าอะไรบ้าง หลายคนมักคิดถึงแค่ดอกเบี้ยใหม่ที่ถูกลง แต่จริง ๆ แล้วกระบวนการรีไฟแนนซ์มีค่าใช้จ่ายประกอบอยู่หลายส่วน ซึ่งแต่ละธนาคารอาจกำหนดไม่เท่ากัน ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านจึงควรเข้าใจก่อนว่าต้องเตรียมเงินส่วนไหนบ้าง และค่าใช้จ่ายใดที่อาจต่อรองได้ เพื่อให้การรีไฟแนนซ์คุ้มค่าที่สุด

__________________________________________

5 ค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องรู้เมื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

1. ค่าประเมินราคาหลักประกัน
หนึ่งในค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับคำถามว่า รีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าอะไรบ้าง คือ ค่าประเมินราคา ซึ่งธนาคารใหม่จะต้องส่งเจ้าหน้าที่หรือบริษัทประเมินอิสระมาตรวจสภาพทรัพย์
ค่าใช้จ่ายโดยทั่วไป ประมาณ 2,000-5,000 บาท
อย่างไรก็ตาม หลายธนาคารจัดโปรโมชัน ฟรีค่าประเมิน หากได้รับอนุมัติสินเชื่อ

2. ค่าธรรมเนียมที่สำนักงานที่ดิน
แม้จะเป็นการย้ายหนี้ แต่การรีไฟแนนซ์ถือเป็นการจดจำนองใหม่ที่สำนักงานที่ดิน ค่าธรรมเนียมส่วนนี้เป็นคำตอบสำคัญเมื่อถามว่า รีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าอะไรบ้าง เพราะเป็นค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องชำระจริง
– ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้
– ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินสัญญา
หมายเหตุ: โดยทั่วไปธนาคารใหม่มักให้ลูกค้ารับผิดชอบส่วนนี้เอง

3. ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ
บางธนาคารอาจมีค่าดำเนินการ หรือค่าจัดเอกสารสัญญา ประมาณ 1,000-3,000 บาท หรือบางครั้ง ฟรี ตามโปรโมชัน

4. ค่าประกันอัคคีภัย
ประกันนี้เป็นข้อกำหนดมาตรฐานตามกฎหมายเมื่อทำสินเชื่อบ้านใหม่
ค่าเบี้ย รายปีเริ่มต้นที่ 1,000-3,000 บาท/ปี ขึ้นอยู่กับวงเงินกู้และตัวบ้าน
แม้ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ควรคำนวณรวมด้วยในหัวข้อ รีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าอะไรบ้างนี้ด้วย

5. ค่าปรับปิดบัญชี ที่ต้องจ่ายให้ธนาคารเดิม
หากยังไม่ครบเงื่อนไขผ่อนขั้นต่ำ ซึ่งโดยทั่วไปคือ 3 ปี อาจโดนค่าปรับปิดก่อนกำหนด
– ค่าปรับส่วนใหญ่ 1-3% ของยอดหนี้คงเหลือ
– ถ้าครบระยะเวลาผูกพัน ซึ่งส่วนใหญ่ 3 ปี แล้วจะไม่มีค่าปรับ
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้สำคัญมาก เพราะผู้ที่ถามว่ารีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าอะไรบ้าง มักกังวลเรื่องนี้มากที่สุด จึงจำเป็นต้องเช็กสัญญาเดิมให้ดี

__________________________________________

รีไฟแนนซ์บ้านเมื่อไหร่ดี?

สำหรับคนที่สงสัยว่า รีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าอะไรบ้าง และจะทำเมื่อไหร่ดี คำตอบคือควรรีไฟแนนซ์ทันทีที่ครบกำหนดผูกพัน ตามสัญญาเดิม โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ 3 ปี

– ทำไมต้อง 3 ปี เพื่อหลีกเลี่ยง ค่าปรับปิดบัญชี 1-3% ที่เป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดในการรีไฟแนนซ์
– สัญญาณที่ดี คือเมื่ออัตราดอกเบี้ยใหม่ (ที่ธนาคารใหม่เสนอ) หักลบค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ยังสามารถประหยัดดอกเบี้ยในระยะยาวได้มากกว่าการคงอยู่กับธนาคารเดิม

__________________________________________

รีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าอะไรบ้าง 4 เคล็ดลับลดค่าใช้จ่าย

1. ใช้โปรโมชัน: เลือกธนาคารที่ฟรีค่าประเมิน หรือ ฟรีค่าจดจำนองบางส่วน
2. ต่อรอง: ต่อรองค่าธรรมเนียมธนาคาร
3. เช็กสัญญา: รีไฟแนนซ์เมื่อครบ 3 ปี เพื่อตัดปัญหา ค่าปรับปิดยอด
4. เปรียบเทียบ: ดูความคุ้มค่ารวมระหว่างดอกเบี้ยใหม่และค่าใช้จ่ายทั้งหมด

__________________________________________

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าอะไรบ้าง?

1. รีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายหลักมีอะไรบ้าง
ค่าใช้จ่ายหลักคือ ค่าประเมินราคา ค่าจดจำนอง 1% ค่าอากรแสตมป์ ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าประกันอัคคีภัย

2. รีไฟแนนซ์บ้านครบ 3 ปี ยังต้องเสียค่าปรับไหม
หากครบระยะเวลาผูกพันตามสัญญาเดิม (ส่วนใหญ่ 3 ปี) จะไม่ต้องเสียค่าปรับปิดบัญชี

3. ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารไหนออกให้บ้าง
บางธนาคารมีโปรโมชัน ฟรีค่าประเมิน หรือช่วยออกค่าจดจำนองบางส่วน แต่ไม่ใช่ทุกกรณี ควรสอบถามเงื่อนไขให้ชัดเจน

4. รีไฟแนนซ์บ้านคุ้มไหมเมื่อมีค่าใช้จ่ายหลายอย่าง
คุ้มเมื่อดอกเบี้ยใหม่ที่ลดลง สามารถชดเชยค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ และช่วยประหยัดดอกเบี้ยในระยะยาว

__________________________________________

สรุป รีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าอะไรบ้าง?

คำตอบคือมีทั้งค่าประเมิน, ค่าจดจำนอง 1%, ค่าธรรมเนียมเอกสาร, ค่าประกัน และที่สำคัญที่สุดคือ ค่าปรับปิดบัญชีเดิม (หากยังไม่ครบ 3 ปี) แต่ค่าใช้จ่ายเหล่านี้สามารถวางแผนและลดได้ หากเปรียบเทียบโปรอย่างรอบคอบ การรีไฟแนนซ์จึงยังคงเป็นวิธีประหยัดดอกเบี้ยระยะยาวที่คุ้มค่าสำหรับคนมีภาระสินเชื่อบ้าน

__________________________________________

 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก DD Property


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy