ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ซื้อคอนโด

การซื้อคอนโดมือสอง เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่คิดจะซื้อคอนโดที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ในเมืองสักที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มจากเข้ามาดูประกาศขายคอนโดมือสองตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีการเข้าอยู่แล้ว
โดยในการเปลี่ยนมือเจ้าของของคอนโดมือสอง มีรายละเอียดเยอะพอสมควร ทั้งการโอนกรรมสิทธิ์ ระยะเวลาการผ่อนดาวน์ของเจ้าของเก่า รวมไปถึงการปรับราคาขึ้นลงตามสภาวะตลาด สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดบนทำเลดี ๆ ที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ จึงต้องทำการศึกษาขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสองให้ดี เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นภายหลัง
__________________________________________
1. การซื้อคอนโดมือสอง ต้องรู้สัญญาจะซื้อจะขาย
การซื้อคอนโดมือสองมีด้วยกันหลายขั้นตอน สิ่งที่ควรศึกษานอกจากการตรวจเช็กสภาพห้องคือ เรื่องของเอกสารสำคัญต่าง ๆ ซึ่งปกติแล้วการซื้อคอนโดมือสองจะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายไว้ก่อนจะทำการตกลงซื้อขายจริง
ภายในสัญญาส่วนใหญ่จะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาในการซื้อขาย การวางมัดจำ และข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อผู้ขายที่ระบุวันเวลาชัดเจน เพื่อให้ผู้ขายไม่มีสิทธิ์ที่จะนำคอนโดไปขายให้ผู้อื่นในช่วงเวลาที่ผู้ซื้อทำการกู้เงินกับสถาบันทางการเงิน
ส่วนใหญ่จะกำหนดเวลาอยู่ที่ประมาณ 1-3 เดือน ตลอดจนผู้ที่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย โดยสามารถศึกษารายละเอียดการทำสัญญาจะซื้อจะขายแบบเจาะลึกได้ที่นี่ รู้จักสัญญาจะซื้อจะขายบ้านและที่ดิน
__________________________________________
2. เตรียมเอกสารเพื่อขอสินเชื่อบ้านให้พร้อม
ขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสองต่อมาคือการขอสินเชื่อบ้าน ใครที่ไม่ได้ใช้เงินสดในการซื้อคอนโดมือสอง ก็จำเป็นจะต้องยื่นเรื่องขอกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับสถาบันทางการเงิน ซึ่งต้องใช้เอกสารประกอบการขอสินเชื่อเยอะพอสมควรไม่ว่าจะเป็น
• สำเนาบัตรประชาชน
• สำเนาทะเบียนบ้าน
• บัตรประชาชนของผู้จะขาย
• สำเนาทะเบียนบ้านของผู้จะขาย
• สำเนาโฉนดห้องชุด หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด
• หนังสือรับรองเงินเดือนที่ขอกับทางบริษัท
• สลิปเงินเดือน 6 เดือนย้อนหลัง
• สัญญาจะซื้อจะขาย
ที่ยกตัวอย่างมาเป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อยของเอกสารเบื้องต้นเท่านั้น หากใครที่จะขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยแล้วอยากให้ผ่านได้ง่าย ๆ ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม
จากนั้นเมื่อเรายื่นเรื่องขอสินเชื่อแล้ว สถาบันทางการเงินจะติดต่อกลับมาทางผู้กู้เพื่อจะทำการประเมินราคาคอนโดที่เราจะซื้อ และรอผลอนุมัติ โดยส่วนใหญ่จะมีระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน โดยเมื่อสถาบันทางการเงินแจ้งผลอนุมัติแล้วผู้กู้ต้องแจ้งกับผู้จะขายด้วย เพื่อผู้จะขายจะได้ดำเนินการปลดหนี้กับทางสถาบันทางการเงินที่ผู้จะซื้อได้ขอสินเชื่อเพื่อซื้อคอนโดที่จะขายนั้นไว้
__________________________________________
3. โอนกรรมสิทธิ์และค่าใช้จ่าย
เมื่อผลการกู้ผ่าน และผู้จะขายได้มีการดำเนินการปลดสินเชื่อที่อยู่อาศัยเดิมแล้ว ก็มาถึงเรื่องของการโอนกรรมสิทธิ์ และมอบกุญแจของคอนโดมือสองที่กำลังจะเปลี่ยนเจ้าของ ซึ่งจะมีขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสอง ดังนี้
ตามสัญญาจะซื้อจะขาย หากมีการกำหนดวันนัดโอน เมื่อถึงวันนั้น ให้เดินทางไปที่กรมที่ดินเขตที่ผู้จะซื้อนัดกับผู้จะขายนัดไว้ โดยทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากสถาบันทางการเงินที่เราไปขอสินเชื่อไว้เอาเอกสารทางการเงินมาให้เราลงนาม ส่วนทางฝั่งผู้จะขายก็จะมีเจ้าหน้าที่จากสถาบันทางการเงินที่ผู้จะขายเคยขอสินเชื่อไว้นำเอกสารทางการเงินมาให้ลงนามเช่นกัน
จากนั้นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดินจะเรียกให้ผู้จะซื้อไปลงนามในเอกสารสำคัญ และเจ้าหน้าที่ธนาคารฝั่งผู้ที่จะขายจำนะโฉนดฉบับจริงมาให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินไปเปลี่ยนชื่อโฉนดห้องชุดคอนโดมือสองนั้นให้เป็นชื่อของผู้ซื้อ ซึ่งในขั้นตอนนี้ผู้จะขายจำเป็นต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ และค่าอากรต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
__________________________________________
หลังจากที่มีการลงนามการโอนกรรมสิทธิ์กันเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ธนาคารฝั่งผู้ที่จะซื้อจะเป็นคนนำเช็คสินเชื่อที่ผู้จะซื้อกู้ผ่านไปให้กับเจ้าหน้าที่ของสถาบันทางการเงินฝั่งของผู้จะขาย ซึ่งถือเป็นการจ่ายเงินเพื่อซื้อขายคอนโดกันเรียบร้อย
ผู้ซื้อจะได้รับเอกสารสำคัญหลังจากการโอนกรรมสิทธิ์และชำระเงินเรียบร้อย คือ สัญญาซื้อขาย (ธนาคารเราจะเก็บสำเนาไว้ 1 ชุด) สำเนาโฉนดห้อง (ธนาคารจะเก็บตัวจริงไป), กุญแจห้อง หรือคีย์การ์ดที่ผู้ขายมอบให้กับผู้ซื้อ
ทั้งนี้ ขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสอง นอกจากเรื่องของเอกสารสำคัญต่าง ๆ แล้ว สิ่งสำคัญที่ผู้ซื้อจะต้องตรวจสอบอันดับแรกก่อนทำการซื้อขายนอกเหนือจากการเช็กสภาพห้องก็คือเรื่องของความเสี่ยงในการซื้อคอนโดมือสอง เนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้โอนกับทางคอนโดโดยตรง แต่จะเปลี่ยนเป็นการทำสัญญากันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
__________________________________________
ดังนั้น ขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสองที่สำคัญเป็นอันดับแรกคือ ความน่าเชื่อถือของผู้ขาย ผู้ซื้อควรตรวจสอบประวัติ เอกสารสำคัญ โฉนดห้องชุดว่าตรงตามชื่อจริง (สามารถนำโฉนดไปตรวจสอบได้กับสำนักงานที่ดิน) หรือเคยขายคอนโดมือสองมาก่อนหรือไม่ รวมไปถึงเหตุผลในการขาย เพราะหากไม่ตรวจเช็กให้ดี ผู้ที่ซื้อคอนโดมือสองไปอาจเจอแจ็กพ็อตได้ห้องชุดไม่สมประกอบมาก็เป็นได้
__________________________________________
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก DD Property


