การขายบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

1. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
การขายบ้านทำให้เกิดรายได้ เราจึงต้องเสีย ภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย เป็นอย่างแรก โดยคำนวณภาษีจากราคาประเมินบ้านของสำนักงานกรมที่ดิน ซึ่งผู้ขายสามารถลดค่าใช้จ่ายด้วยการนำจำนวนปีที่ถือครองบ้าน มาคำนวณหักเปอร์เซ็นต์ออกได้ หลังจากนั้นจึงนำเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย มาคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาพื้นฐาน โดยไม่มีข้อยกเว้น และหลังจากหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ที่สำนักงานที่ดินแล้ว ผู้ขายสามารถเลือกได้ว่าจะนำรายได้จากการขายบ้านไปรวมคำนวณภาษีตอนสิ้นปีหรือไม่
การคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คิดอย่างไร?
สำหรับการคำนวณ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สิ่งแรกที่ต้องรู้ คือการ ตรวจสอบว่าเราถือครองบ้านกี่ปีแล้ว (ยึดตามปี พ.ศ.) เพื่อนำมาหักเปอร์เซ็นต์ ให้เราทราบค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายจริง ก่อนคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ตัวอย่าง : วิธีนับจำนวนปีถือครองบ้าน (ยึดตามปี พ.ศ.)
หากซื้อบ้าน วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ 2565 และขายบ้านวันที่ 10 มกราคม 2567 นับเป็นการถือครองบ้าน 3 ปี เมื่อเทียบตารางแล้วจะหักค่าใช้จ่ายได้ 77% โดยสมมติว่าถ้าตั้งราคาขายบ้านไว้ที่ 10 ล้านบาท สำนักงานที่ดินประเมินให้ 9 ล้าน เจ้าของบ้านต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย
หมายเหตุ : ภาษีจากการขายบ้าน แตกต่างจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประเภทอื่น เนื่องจากไม่ใช่เงินได้สุทธิ จึงไม่มีการยกเว้นภาษีได้สุทธิ 150,000 บาทเเรก
__________________________________________
2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ
ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ ภาษีที่เรียกเก็บจาก การขายบ้านที่ไม่ได้อยู่อาศัยเอง ซึ่งนับตั้งแต่วันที่รับโอนบ้านมา ก็ถือครองบ้านไม่ถึง 5 ปีเป็นหลัก โดยภาษีธุรกิจเฉพาะจะคิดอัตราอยู่ที่ 3.3% ของราคาจริงหรือราคาประเมิน ขึ้นอยู่กับว่าราคาไหนสูงกว่าก็จะใช้ราคานั้นนำมาคำนวณ แต่ภาษีธุรกิจเฉพาะก็สามารถยกเว้นได้ หากผู้ขายอยู่ในเงื่อนไขทั้ง 3 กรณีดังต่อไปนี้
ยกเว้น เมื่อมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกินกว่า 1 ปี ที่ได้รับโอนบ้านหลังนั้นมา
ยกเว้น เมื่อถูกเวนคืนบ้านหรือที่ดิน
ยกเว้น เมื่อขายบ้านหรือที่ดินที่ได้มาโดยมรดก
__________________________________________
3. อากรเเสตมป์
โดยปกติเมื่อขายบ้านหรือที่ดินเรียบร้อย ผู้ขายทุกคนต้อง ชำระค่าอากรแสตมป์ในอัตรา 0.5% ของราคาประเมิน แต่ถ้าหากผู้ขายได้ชำระภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว ก็มีสิทธิได้รับยกเว้นการชำระภาษีอากรแสตมป์ ซึ่งสรุปให้เข้าใจได้ว่าหากขายบ้านแล้ว ต้องเลือกชำระภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอากรแสตมป์อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
__________________________________________
4. ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์
ค่าธรรมเนียมการโอนฯ บ้าน เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในวันโอนบ้าน ณ สำนักงานกรมที่ดิน โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 2% ของราคาประเมิน แต่ค่าธรรมเนียมนี้สามารถตกลงกันได้ว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายจะเป็นคนจ่าย ไม่ได้กำหนดตายตัวว่าฝ่ายไหนต้องเป็นคนจ่าย
__________________________________________
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก HOME


