5 เรื่องต้องเช็คส่วนกลาง

สาธารณูปโภคหรือพื้นที่ส่วนกลางในโครงการบ้านจัดสรรมีความสำคัญมาก เพราะมันเกี่ยวโยงไปถึงเรื่องอื่นๆ มากมาย บางกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่ส่วนกลาง อาจกระทบไปถึง “การโอนกรรมสิทธิ์” หรือบางกรณีปัญหาเกี่ยวกับส่วนกลางก็ส่งผลถึง “ความเป็นอยู่” และส่วนใหญ่เมื่อเป็นปัญหามักแก้ยาก ดังนั้น ก่อนซื้อบ้านหรือคอนโดฯ ควรตรวจสอบเรื่องนี้ได้รอบคอบสะก่อน
__________________________________________
1. ถนนหรือทางเข้า-ออกโครงการ
กฎหมายกำหนดให้ถนนหรือทางเข้าออกโครงการจัดสรรต้องติดถนนสาธารณะ และให้ถือเป็นสาธารณูปโภคของโครงการ เมื่อมีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้ว เจ้าของโครงการจะต้องโอนกรรมสิทธิ์นี้ให้กับนิติบุคคลฯ (กรณีโครงการเป็นอาคารชุด ถนนในโครงการถือเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของผู้ซื้อห้องชุดทุกคน)
__________________________________________
2. กรรมสิทธิ์หรือภาระผูกพัน
ถนนหรือทางเข้าออก รวมทั้งสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะอื่นๆ จะต้องทำในที่ดินที่มีชื่อของผู้ขออนุญาตจัดสรรเท่านั้น อีกนัยหนึ่ง คือ ถนนหรือทางเข้าออกต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของโครงการเท่านั้น เอกสารนี้ต้องตรวจสอบดีๆ เพราะเคยมีกรณี ถนนโครงการเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม จึงไม่สามารถโอนให้กับนิติบุคคลฯ หรือบางทีถนนโครงการตกเป็นภาระจำยอม คนอื่นหรือบุคคลอื่นมีสิทธิ์ใช้ได้
__________________________________________
3. สาธารณูปโภค/บริการสาธารณะ
นอกจากถนน/ทางเท้าแล้ว ยังมีสาธารณูปโภคอื่นๆ เช่น สวนหย่อม สนามเด็กเล่น หรือบริการสาธารณะ เช่น สโมสร สระว่ายน้ำ ฟิตเนสฯลฯ ผู้ซื้อต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าสิ่งใดคือ สาธารณูปโภค ซึ่งจะถูกโอนเป็นทรัพย์ส่วนกลางสำหรับทุกคน หรือสิ่งไหนคือ บริการสาธารณะ ซึ่งอาจเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของโครงการก็ได้
__________________________________________
4. การก่อสร้าง
สาธารณูปโภคในโครงการจะต้องเป็นไปตามที่ได้ขออนุญาตจัดสรรไว้ แต่หากซื้อโครงการที่ยังไม่สร้างสาธารณูปโภคก็จะตรวจสอบยากว่าจะสร้างครบตามที่ได้ขออนุญาตไว้หรือไม่ เพราะมีเหมือนกันที่โครงการสร้างสาธารณูปโภคไม่ครบ และผู้ซื้อไม่ยอมรับโอนกรรมสิทธิ์
__________________________________________
5. ค่าใช้จ่าย
อัตราค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสาธาณูปโภคหรือค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ขึ้นอยู่กับสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะที่มีอยู่ในโครงการ โครงการที่มีส่วนกลางเยอะค่าใช้จ่ายย่อมแพงเป็นธรรมดา ทั้งนี้อัตราการจัดเก็บต้องเป็นไปตามที่ได้ขออนุญาตกับคณะกรรมการไว้ แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามมติที่ประชุมของสมาชิกนิติบุคคลฯ
__________________________________________
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก HOME


