ไปดูบ้านเพื่อซื้อเวลาไหนดี

ต้องยอมรับว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ในช่วงชะลอตัว มีปัญหารุมเร้าอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นภาพรวมของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจประเทศไทยเองด้วยภาวะหนี้สินครัวเรือนทำให้ทุกธนาคารระมัดระวังการให้สินเชื่อ มาตรการของภาครัฐที่ออกมาเพื่อป้องกันการให้สินเชื่อที่ผิดวิธี รวมถึงการเพิ่มขึ้นของราคาอสังหาริมทรัพย์ที่มากเกินไปในบางสินค้า
สรุปว่าช่วงนี้ผู้ประกอบการทุกคนอยากขายของ ดังนั้นอย่าแปลกใจที่จะเห็นราคาของบางอย่างถูกกว่าที่เคยไปดูเมื่อปีที่แล้ว โปรโมชั่นก็มีมากจนฟังแล้วงง
แต่เรื่องที่เราจะคุยกันวันนี้เป็นเรื่องของเวลา และจำนวนครั้งที่คุณควรจะไปดูบ้านก่อนจะตัดสินใจซื้อ เป็นเวลาในแต่ละวัน
ขอให้คาถาเอาไว้ท่องขึ้นใจว่า "อย่างน้อยๆ 5 เวลา"
__________________________________________
เวลาแรก : เวลาไหนก็ได้ แต่ไปแล้วต้องดูให้ครบ ไม่ใช่แค่โครงการที่ต้องการและคู่แข่งที่จะเอามาเปรียบเทียบเพื่อตัดสินใจ หลังจากตัดสินใจได้แล้วว่าโครงการไหนน่าจะเป็นโครงการที่เราเลือก ยังมีเรื่องอื่นๆ ให้ต้องดูเพิ่มอีกหลายเรื่อง
• สภาพแวดล้อมรอบๆ ที่ติดกับตัวโครงการ สำหรับสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ
• ไกลออกไปอีกนิด ต้องดูสถานที่พิเศษต่างๆ ที่อยู่ห่างจากตัวบ้านเราไม่เกิน 200-300 เมตร เช่น วัด (โดยเฉพาะวัดใหญ่ๆ และไม่ขอพูดถึงศาสนสถานของศาสนาอื่น), โรงเรียน, สนามกีฬา (โดยเฉพาะสนามฟุตบอล), ลานกิจกรรมต่างๆ และคน ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างห้างสรรพสินค้าต่างๆ
• ระบบขนส่งมวลชน พูดซะดูเท่แต่ความหมายไม่ได้หมายถึงรถไฟฟ้า แต่จะหมายถึงวินมอเตอร์ไซค์ รถกระป๊อ รถตุ๊กๆ รถสองแถว รถเมล์แดง อะไรก็ตามที่ท่านอาจต้องใช้ หรือคนในบ้านท่านอาจจะต้องใช้เพื่อออกไปสู่ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่เวลาไม่ได้ขับรถ แอดวานซ์ขึ้นไปอีกขั้นอาจจะเป็นที่จอดรถจักรยาน หรือที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ที่สามารถจะจอดทิ้งไว้เวลาที่ท่านจะต้องไปต่อรถ
__________________________________________
เวลาที่ 2 : เวลาที่เป็นวันสำคัญๆ ขอบอกว่าควรไปอย่างยิ่ง ซึ่งในที่นี้ก็ไม่ได้จะให้ท่านต้องอดไม่ต้องไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือแคนเซิลทริปเที่ยวต่างประเทศนะ อย่างน้อยเอาแค่วันพระใหญ่และ/หรือวันรื่นเริงสำคัญๆ เช่น ลอยกระทงและวันสงกรานต์ ก็แค่ไปดูบรรยากาศ และให้ไปถามคนแถวนั้นครับว่าในปีหนึ่งๆ จัดงานวันไหนบ้าง
ถ้าปีละ 1-2 วันก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าจัดทุกวันพระใหญ่และทุกงานรื่นเริง เพราะเป็นวัดที่ Popular มากแถวๆนั้น อันนี้ก็ลองดูความหนาแน่นของคน ความดังของเสียงที่เขาใช้ แล้วก็อาจต้องทำใจกันหน่อยถ้ารับได้
สนามกีฬาหรือลานกิจกรรมก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ควรจะศึกษาไว้ว่าเขามีกิจกรรมกันบ่อยแค่ไหน เสียดังประจำมั้ย เปิดไฟกันถึงกี่โมง ห้างสรรพสินค้าก็ต้องไปลองดูวันเสาร์-อาทิตย์ และที่สำคัญอีกช่วงเวลาก็คือเวลาที่เรากลับบ้านแล้วไปชนกับเวลาที่ห้างยังไม่เลิก
__________________________________________
เวลาที่ 3 : เวลาเร่งด่วน! ก็เป็นเวลาที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ถ้าหากจะตัดสินใจซื้อบ้านเราก็ควรจะลองไปเดินทาง ไม่ว่าจะขาไปจากบ้านไปที่ทำงานในช่วงเวลาที่ต้องไปทำงานจริงๆ และก็ลองกลับจากที่ทำงาน ไปที่บ้านที่ท่านจะซื้อใหม่ในช่วงเวลาที่เลิกงานจริงๆ ใช้เวลาขนาดไหนแล้วมีทางหนีทีไล่บ้างไหม
__________________________________________
เวลาที่ 4 : เวลาดึก! โดยเฉพาะการซื้อบ้านที่เป็นโครงการที่อยู่ในซอยควรจะไปเวลาดึกๆ เอาว่าลงทุนกันหน่อย ไปสักหลัง 21.00 น.เป็นอย่างน้อย ลองวางแผนว่าไปดูต่อจากการดูในเวลาที่ 3 แวะไปนั่งกินข้าวร้านอาหารแถวนั้นก่อนแล้ววนกลับมาดูอีกที สภาพแวดล้อมตอนนั้นเป็นยังไง รถจอดเกะกะขวางทางเดินซอยเต็มไปหมดไหม มีทำเลที่น่าจะทำให้คนที่ไม่น่าไว้ใจ ดูน่ากลัวๆ มาชุมนุมกันเป็นประจำใกล้ๆ ไหม
อีกเรื่องที่ต้องระวังก็คงเป็นที่ตั้งที่อยู่ใกล้ๆ สถานบันเทิงยามค่ำคืนต่างๆ ผับ บาร์ ร้านอาหารที่มีดนตรีสดเล่น เพราะนอกจากจะมีปัญหาเรื่องเสียงแล้ว ปัญหาเรื่องการจอดรถจากคนที่มาใช้บริการ รวมทั้งคนที่ทานเผื่อสุนัขก็น่าจะเป็นเรื่องน่ารำคาญใจ
__________________________________________
เวลาที่ 5 : เวลาฝนตกหนัก อันนี้คนโบราณรุ่นพ่อเราอาจจะเคยบอกให้ทำเหมือนกัน ก็คือเวลาที่ฝนตกหนัก ถ้าไม่รีบตัดสินใจ รอหน้าฝนได้ วันที่ฝนตกหนักยิ่งหนักยิ่งต้องออกไปดู ในซอยนั้นน้ำท่วมมั้ย ตัวหมู่บ้านเป็นยังไง แต่นี่ก็ต้องเห็นใจผู้ประกอบการ สิ่งที่เราต้องไปดูก็จะเป็นว่าระดับของบ้านที่เขายกสูงเพียงพอใช่ไหม จะไปห้ามน้ำไม่ให้ท่วม ไม่ให้ขังรอระบายเลย นิดๆ หน่อยๆ คงเป็นไปไม่ได้
ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ไป 5 ครั้ง แต่แค่ต้องเก็บข้อมูลช่วงเวลา 5 เวลานี้ร่วมตัดสินใจในการเลือกซื้อบ้าน อาจจะไปแค่ 1-2 ครั้ง แล้วถ้าเก็บข้อมูลได้ครบก็โอเค
__________________________________________
ยังไม่จบ! เพราะพอได้ข้อมูลทั้งหมดมา สิ่งที่เราต้องคิดคือแล้วพฤติกรรมของเราล่ะมันเป็นยังไง เราเป็นคนที่เข้าออกบ้านตามเวลาที่คนทั่วไปเขาเข้าออกหรือไม่ หรือเราเป็นคนทำงานไม่เป็นเวลา จะเวลาไหนก็ได้ ที่พิเศษไปกว่านั้นคือเราเป็นคนทำงานดึก ต้องนอนตอนกลางวันแต่ตื่นกลางคืน อันนี้นี่อยู่ใกล้โรงเรียนไม่ได้ ไม่ไหวแน่ๆ
คนซื้อคอนโดคงไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ยังไงก็ประมาทไม่ได้ ผมเคยเห็นคอนโดที่เกือบจะใกล้รถไฟฟ้า แต่พอช่วงเวลา 08.00-09.00 น. ปรากฏว่าคนในตึกต้องมายืนต่อแถวรอวินมอเตอร์ไซค์ยาวเกือบ 20 คิวทุกเช้า หลายๆ เรื่องก็คงไม่ต้องให้ความสำคัญมากเท่ากับการเลือกซื้อบ้าน
__________________________________________
สุดท้าย! จะเลือกซื้อบ้านซื้อคอนโดตรงไหนอยากให้เริ่มต้นจากการเลือกทำเลก่อน ด้วยทำเลที่จะเลือกต้องเลือกทำเลที่สามารถทำให้คนในบ้านมีเวลาเดินทางเฉลี่ยรวมกันแล้วน้อยที่สุด ได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น ทำเลนั้นแหละคือ "ทำเลที่ดีที่สุด"
หลังจากนั้นค่อยหาเวลาดูปัจจัยอื่นๆ เพิ่มว่าเรารับได้ รับไม่ได้ข้อไหน หาตัวเลือกที่ดีที่สุด ดูเงินในกระเป๋า ดูภาระที่จะเกิดขึ้นต่อเดือน ไม่ใช่เอาเงินไปผ่อนบ้านจนหมดจนไม่มีเงินเหลือเอาไว้พาครอบครัวไปเที่ยว วางแผนให้ดีทั้งการเลือกตัวโครงการและการวางแผนการเงิน
__________________________________________
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก HOME


