ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านมือสอง

หลายๆคนอาจอยากได้บ้านใหม่ อยากเป็นคนแรกที่ได้อยู่บ้านที่ตัวเองซื้อ แต่การซื้อบ้านมือสองก็มีข้อดีไม่น้อยเลยนะคะ เช่นคอนโดมือสองหรือคอนโดเก่ามักมีขนาดห้องที่กว้างและอยู่ในทำเลที่เป็นที่นิยม บ้านก็อาจอยู่ใกล้เมืองมากกว่าเพราะพื้นที่ดินในการสร้างหมู่บ้านหรือคอนโดอาจเริ่มหายากขึ้นในตัวเมืองนั่นเอง อีกทั้งการซื้อบ้าน/คอนโดที่มีคนอาศัยอยู่แล้วทำให้เราได้เห็นสภาพแวดล้อมของโครงการได้ชัดขึ้น แต่ก่อนจะซื้อบ้านมือสองมีข้อมูลบางอย่างที่จำเป็นต้องรู้ จะมีอะไรบ้างตามมาอ่านกันได้เลย
__________________________________________
ข้อควรรู้ก่อนซื้อบ้านมือสอง
1. สินเชื่อ : สินเชื่อบ้านมือสองจะต่างกับบ้านมือหนึ่งตรงที่อาจกู้ได้ไม่ 100% และแต่ละธนาคารจะมีข้อกำหนดแตกต่างกันไป เช่นบ้าน/คอนโดมือสองต่างจังหวัดอาจกู้ได้น้อยกว่าในกรุงเทพฯโดยอาจได้ไม่เกิน 90% ซึ่งแต่ละธนาคารมักจะยึดจากราคาประเมินนะคะไม่ใช่ราคาซื้อขาย
ดังนั้นการซื้อบ้านมือสองแนะนำว่าควรมีเงินสำรองทั้งสำหรับการซื้อบ้านและเงินสำหรับการปรับปรุงนะคะ เพราะอย่าลืมว่าบ้านมือสองแน่นอนว่าคือบ้านที่อาจเคยมีคนอาศัยอยู่แล้ว อาจมีอายุหลักสิบปี มีสไตล์การตกแต่งบ้าน/ห้องที่ไม่ใช่สไตล์เรา ดังนั้นอาจต้องมีการตกแต่งกันใหม่
__________________________________________
2. ดอกเบี้ย : สำหรับดอกเบี้ยบ้านมือสองบางธนาคารจะมีอัตราดอกเบี้ยต่างจากบ้านใหม่มือหนึ่ง ดังนั้นตอนที่หาข้อมูลเรื่องดอกเบี้ยเพื่อนำมาเปรียบเทียบต้องสอบถามธนาคารโดยตรงเพื่อจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับบ้านมือสอง
__________________________________________
3. โครงสร้าง : สำหรับบ้านมือสองสิ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากได้โครงการที่ถูกใจแล้ว ลำดับถัดมาต้องมาดูว่าหลังที่เล็งไว้นั้นโครงสร้างเป็นอย่างไร เราจะขอข้ามเรื่องความสวยงามหรือความเรียบร้อยนะคะเพราะเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ ไม่ว่าจะเป็นสีลอกล่อนหรือกระเบื้องแตก
แต่ที่เราต้องดูคือความแข็งแรงของตัวบ้านว่าบ้านเอียงไหม มีรอยแตกที่เป็นผลมาจากโครงสร้างหรือดินทรุดไหม ผนังมีความชื้นในส่วนไหนที่เป็นปัญหาหรือไม่ รวมไปถึงเรื่องระบบน้ำ-ไฟว่าต้องปรับเปลี่ยนแค่ไหนเพื่อจะได้รู้ว่าเราต้องเผื่องบตรงนี้เท่าไหร่
__________________________________________
4. ระบบก่อสร้าง : สำหรับสายรีโนเวทที่อยากได้บ้านมือสองเพราะอยู่ในทำเลที่ชอบแต่ยังไม่ถูกใจฟังก์ชันการใช้งานภายในเลยอยากปรับเปลี่ยน สิ่งที่ต้องรู้คือระบบก่อสร้างของบ้านหรือของห้องคอนโดเป็นระบบอะไร ต่อเติมหรือทุบได้หรือไม่ ซึ่งบางครั้งบ้านหนึ่งหลังแต่ผนังคนละจุดก็ใช้ระบบก่อสร้างที่ต่างกัน เช่น ตัวบ้านเป็นอิฐมอญแต่ผนังส่วนครัวที่ยื่นออกไปเป็น Precast ทำให้ทุบผนังครัวไม่ได้เป็นต้น
__________________________________________
5. สภาพแวดล้อมโดยรอบ : ต้องรู้ว่าบ้าน/คอนโดห้องที่สนใจมีสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร โดยให้ไปดูบ้านทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน เช่นโครงการที่นักเขียนเคยไปดูและสนใจ เมื่อไปดูช่วงหัวค่ำจึงเห็นว่าตำแหน่งห้องคอนโดนั้นตรงกับป้ายโฆษณาใหญ่ที่มีแสงรบกวนห้องตลอดเวลา ต้องปิดม่านแม้จะเป็นช่วงกลางคืน และถ้าใช้รถส่วนตัวอย่าลืมที่จะไปดูช่วงหลังเลิกงานหรือค่ำๆเพื่อดูว่าที่จอดรถเพียงพอไหม ถ้าเป็นหมู่บ้านมีรถจอดในซอยเยอะรึเปล่า
__________________________________________
6. สภาพแวดล้อมภายในโครงการ : อันนี้คือสิ่งที่อย่าลืมสังเกตเลยเพราะถ้าเป็นหมู่บ้านหรือคอนโดแน่นอนว่าต้องมีพื้นที่ส่วนกลาง ตรงจุดนี้อย่าลืมดูเลยนะคะว่าส่วนกลางเป็นอย่างไร สวนและถนนภายในมีการดูแลที่ดีหรือชำรุดก็จะทำให้เห็นถึงสภาพโครงการ เช่นที่นักเขียนเคยไปดูนั้นโครงการมีอายุเพียง 5 ปีแต่ส่วนกลางบางส่วนปิดปรับปรุงซึ่งปิดเป็นเวลานาน สภาพเก่า อาคารไม่มีการทาสีใหม่ทำให้ดูทรุดโทรมก็อาจสะท้อนให้เห็นว่าการจัดการภายในอาจมีปัญหาหรือขาดสภาพคล่องทางการเงินสำหรับการซ่อมบำรุง และทำให้เห็นว่านิติโครงการมีการทำงานที่ดีหรือไม่ เผื่อมีปัญหากับเพื่อนบ้านถ้านิติเข้มงวดก็จะช่วยแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง
__________________________________________
7. กรรมสิทธิ์ของบ้าน/คอนโด : ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบให้ดูเลยค่ะว่าหนังสือกรรมสิทธิ์และโฉนดนั้นถูกต้องหรือไม่ มีการปลอมแปลงหรือรายละเอียดตรงกับที่ประกาศขายหรือไม่ เพราะเคยมีเคสบ้านที่ประมูลจากกรมบังคับคดีที่บ้านมีการแบ่งเป็น 2 โฉนด แต่ที่เปิดประมูลนั้นมีเพียง 1 โฉนด ดังนั้นถ้าซื้อหลังนี้ไปต้องปวดหัวแน่ๆเพราะได้บ้านมาครึ่งเดียว
__________________________________________
แถมอีกนิดกับเรื่องที่ควรรู้
หลายๆคนเคยได้ยินว่ามีเพื่อนบ้านดีโชคดีเหมือนถูกหวยกันใช่ไหม ดังนั้นการซื้อมือสองต้องลงพื้นที่จริงไปดูบ้านจริงทำเลจริงแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลาก็อย่าลืมดูว่าเพื่อนบ้านเป็นอย่างไร เดินไปคุยกับข้างบ้านหรือยามเพื่อให้รู้ว่าทำไมบ้านหลังนี้ถึงขาย
อย่างในข่าวที่มีมาตลอดว่าขายเพราะเพื่อนบ้านก่อกวน เช่น ติดตั้งกล้อง CCTV หันเข้ามาภายในบ้านข้างๆทำให้เจ้าของบ้านหลังนั้นต้องขายบ้านหนี แต่เจ้าของบ้านคนใหม่ซื้อเพราะคิดว่าเค้าไม่เคยทำให้ไรให้ก็ไม่น่าจะก่อกวน แต่สุดท้ายก็คิดผิดเพราะพฤติกรรมเหล่านี้เพื่อนบ้านไม่เคยเปลี่ยนจนกลายเป็นเรื่องที่เค้าต้องมาปวดหัวและกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวในทุกๆ วัน
__________________________________________
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก home


