แชร์

โปะสินเชื่อบ้านอย่างไรให้ลดแต่เงินต้น

อัพเดทล่าสุด: 21 ม.ค. 2026
39 ผู้เข้าชม

การโปะ คือการจ่ายเงินเพิ่มจากค่างวดที่ต้องชำระ เช่นปกติต้องจ่าย 10,000/งวด/เดือน ถ้าจ่าย 11,000 แสดงว่า 1,000 ที่เกินมาเรามักจะเรียกว่าการโปะนั่นเอง สามารถจ่ายก้อนเดียวพร้อมค่างวดหรือจ่ายแยกแล้วแต่ธนาคารกำหนด

ดังนั้นจะเสียเงินโปะบ้านทั้งทีก็ต้องโปะแบบคุ้มค่าที่สุด เพราะการจ่ายค่างวดสินเชื่อบ้านนั้นจะเป็นการจ่ายทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นที่กู้ ซึ่งค่างวดที่จ่ายแต่ละเดือนนั้นแบ่งไปจ่ายดอกเบี้ยเยอะมาก เช่น จ่ายไป 10,000 ลดยอดเงินสินเชื่อที่กู้มาได้เพียง 4,000 - 6,000 เท่านั้น

เพราะเวลาจ่ายค่างวดตามปกตินั้นลดเงินต้นได้ไม่เยอะ ทำให้เพื่อนๆ ที่เลือกโปะคงอยากให้เงินก้อนนี้ไปจ่ายเงินต้นเท่านั้น เพื่อยอดหนี้จะได้หมดเร็วๆ รายละเอียดเงื่อนไข การโปะสินเชื่อบ้านให้ลดแต่เงินต้น ของแต่ละธนาคารมากฝาก แต่ละธนาคารจะมีรายละเอียดต่างกันออกไปยังไปดูกัน

__________________________________________

1. ธนาคารกสิกรไทย

ถ้าต้องการให้เงินที่โปะนั้นลดแต่เงินต้น ต้องจ่ายรวมเป็นก้อนเดียวกับยอดชำระค่างวดปกติ แต่ต้องจ่ายล่วงหน้า 1-2 วันก่อนครบกำหนดชำระเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเงินที่โปะจะไปจ่ายดอกเบี้ยก่อนที่จะมาลดเงินต้น โดยสามารถจ่ายผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารหรือผ่าน Online Banking ได้ โดยต้องทำรายการจ่ายไม่เกิน 21:00น. โดยธนาคารทำการทุกวันไม่มีวันหยุดยกเว้นชำระหน้าเคาน์เตอร์ธนาคารที่ต้องปิดตามวันหยุดธนาคาร

ตัวอย่าง : ครบกำหนดชำระวันที่ 30 เป็นเงิน 10,000 บาท ถ้าต้องการโปะ 5,000 บาท ดังนั้นต้องทำการชำระภายในวันที่ 28-29 เป็นเงินจำนวน 15,000 บาท ซึ่งเงิน 5,000 บาทที่จ่ายเกินมาจากค่างวดปกติจะไปลดเงินต้นทั้งหมด

__________________________________________

2. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ถ้าต้องการให้เงินที่โปะนั้นลดแต่เงินต้น สามารถจ่ายได้ทั้งหน้าเคาน์เตอร์ธนาคารเมื่อถึงครบกำหนดชำระสินเชื่อ หรือถ้าจ่ายโดยการตัดบัญชีอัตโนมัติสามารถโปะเพิ่มเติมผ่าน Online Banking ได้ แต่ต้องจ่ายหลังจากชำระยอดงวดปกติแล้วเท่านั้นและต้องโปะภายในวันนั้น

โดยการชำระผ่านธนาคารจะดำเนินการเฉพาะวันทำการเท่านั้น ไม่ทำการในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ดังนั้นถ้าวันครบกำหนดชำระเป็นวันหยุดเช่นเสาร์ ธนาคารจะทำการเลื่อนกำหนดชำระเร็วขึ้นนั่นก็คือวันศุกร์

ตัวอย่าง : ครบกำหนดชำระวันที่ 30 เป็นเงิน 10,000 บาท ถ้าต้องการโปะ 5,000 บาท ดังนั้นต้องทำการโปะภายในวันที่ 30 โดยชำระค่างวดปกติก่อนจึงจะโปะเพิ่มอีก 5,000 บาท

__________________________________________

3. ธนาคารกรุงไทย

ถ้าต้องการให้เงินที่โปะนั้นลดแต่เงินต้น ต้องจ่ายรวมเป็นก้อนเดียวกับยอดชำระค่างวดปกติ แต่ต้องจ่ายล่วงหน้า 1 วันก่อนครบกำหนดชำระเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเงินที่โปะจะไปจ่ายดอกเบี้ยก่อนที่จะมาลดเงินต้น โดยสามารถจ่ายผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารหรือผ่าน Online Banking ได้ โดยต้องทำรายการจ่ายตั้งแต่ 4:00น. -22:00 น. โดยสามารถตกลงและกำหนดวันครบกำหนดชำระได้

ตัวอย่าง : ครบกำหนดชำระวันที่ 30 เป็นเงิน 10,000 บาท ถ้าต้องการโปะ 5,000 บาท ดังนั้นต้องทำการชำระภายในวันที่ 29 เป็นเงินจำนวน 15,000 บาท ซึ่งเงิน 5,000 บาทที่จ่ายเกินมาจากค่างวดปกติจะไปลดเงินต้นทั้งหมด

__________________________________________

4. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส)

สามารถจ่ายวันไหนก็ได้ของเดือน โดยจะนำยอดเงินแรกที่จ่ายตัดดอกเบี้ยประจำรอบนั้นๆก่อนและเมื่อจ่ายดอกเบี้ยครบเงินที่จ่ายหลังจากนั้นจะเป็นการตัดเงินต้นทั้งหมด สามารถจ่ายกี่ครั้งก็ได้ภายในรอบเดือนนั้นๆ เนื่องจากธนาคารคิดดอกเบี้ยแค่ครั้งเดียว/เดือน

ตัวอย่าง 1 : ยอดชำระสินเชื่อ/เดือนคือ 10,000 บาทโดยคิดเป็นดอกเบี้ย 4,000 บาทและเงินต้น 6,000 บาท ถ้าครั้งแรกเป็นการชำระตามยอดทั้งหมด 10,000 บาท ครั้งที่สองชำระเพิ่มอีก 5,000 บาท ยอด 5,000 ถือเป็นการโปะที่จะลดเงินต้นทั้งหมด

ตัวอย่าง 2 : ยอดชำระสินเชื่อ/เดือนคือ 10,000 บาทโดยคิดเป็นดอกเบี้ย 4,000 บาทและเงินต้น 6,000 บาท ถ้าครั้งแรกที่ชำระจ่ายเพียง 5,000 จะตัดเป็นดอกเบี้ย 4,000 และเงินต้น 1,000 ครั้งที่สองมีเงินมาเพิ่มและต้องการจ่าย 6,000 ยอดชำระนี้จะเป็นเงินโปะที่ลดเงินต้นทั้งหมด

__________________________________________

5. ธนาคารออมสิน

ต้องโปะที่หน้าเคาน์เตอร์ธนาคารเท่านั้น โดยจะดูตามสัญญาสินเชื่อว่ายอดที่ชำระจ่ายเงินต้นหรือจ่ายดอกก่อน สามารถโปะผ่าน Online Banking แต่ระบบจะตัดจ่ายดอกเบี้ยก่อนเสมอ

__________________________________________

6. ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (TTB)

ถ้าต้องการให้เงินที่โปะนั้นลดแต่เงินต้น สามารถจ่ายได้ทั้งหน้าเคาน์เตอร์ธนาคารเมื่อถึงครบกำหนดชำระสินเชื่อ หรือถ้าจ่ายโดยการตัดบัญชีอัตโนมัติสามารถโปะเพิ่มเติมผ่าน Online Banking ได้ แต่ต้องจ่ายหลังจากชำระยอดงวดปกติแล้วเท่านั้นและต้องโปะภายในวันนั้นเท่านั้น

โดยการชำระผ่านธนาคารจะดำเนินการเฉพาะวันทำการ ไม่ทำการในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ดังนั้นถ้าวันครบกำหนดชำระเป็นวันหยุดเช่นเสาร์ ธนาคารจะทำการเลื่อนกำหนดชำระเร็วขึ้นนั่นก็คือวันศุกร์

ตัวอย่าง : ครบกำหนดชำระวันที่ 30 เป็นเงิน 10,000 บาท ถ้าต้องการโปะ 5,000 บาท ดังนั้นต้องทำการโปะภายในวันที่ 30 โดยชำระค่างวดปกติก่อนจึงจะโปะเพิ่มอีก 5,000 บาท

** ไม่แนะนำการชำระล่วงหน้าผ่าน Online Banking ก่อนเพราะระบบจะทำการตัดยอดซ้ำ ครบกำหนดชำระวันที่ 30 เป็นเงิน 10,000 บาท ชำระวันที่ 28 เป็นเงิน 15,000 บาท(เป็นการตัดดอกเบี้ยก่อนตัดเงินต้น) จากนั้นระบบจะตัดยอด 10,000 บาทอีกครั้งวันที่ 30 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดชำระ

__________________________________________

7. ธนาคารไทยพานิชย์

สามารถชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารและตัดผ่านบัญชีอัตโนมัติและโปะผ่าน Online Banking เพิ่มเติมได้ แต่ในกรณีชำระผ่านบัญชีอัตโนมัติจะไม่ Real Time ทำให้เงินโปะตัดดอกเบี้ยประจำรอบก่อนแต่ถ้าเงินโปะครอบคลุมดอกเบี้ย เงินโปะที่เหลือและเงินที่ตัดผ่านบัญชีอัตโนมัติจะไปลดเงินต้นทั้งหมด ดังนั้นถ้าให้อธิบายง่ายๆคือมีค่าเท่ากันเหมือนกับการชำระยอดปกติและเงินโปะไปลดเงินต้นค่ะ เพียงแต่หลายคนอาจตกใจถ้าเห็นว่ายอดเงินโปะเป็นการตัดดอกก่อน โดยจะต้องโปะภายในวันเดียวกับวันครบกำหนดชำระเท่านั้น

ตัวอย่าง : ครบกำหนดชำระวันที่ 30 ดังนั้นต้องทำการโปะภายในวันที่ 30 โดยชำระค่างวดปกติก่อนจึงจะโปะเพิ่ม โดยสมมติยอดชำระสินเชื่อ/เดือนคือ 10,000 บาท คิดเป็นดอกเบี้ย 4,000 บาทและเงินต้น 6,000 บาท ถ้าโปะ 5,000 บาท ยอด 5,000 จะตัดจ่ายเป็นดอกเบี้ย 4,000 และเงินต้น 1,000 ก่อนหลังจากนั้นธนาคารจะดำเนินการคิดยอดชำระปกติ 10,000 บาทเป็นการลดเงินต้นทั้งหมด

__________________________________________

8. ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMB)

เงินที่โปะไม่สามารถตัดจ่ายเพียงแค่เงินต้น ต้องตัดดอกเบี้ยก่อนทุกครั้งเนื่องจากวันสรุปบัญชีไม่ตรงกับวันครบกำหนดชำระทำให้มีดอกเบี้ยเกิดขึ้นระหว่างช่วงเวลานั้น แต่จะช่วยลดดอกเบี้ยในรอบถัดไป

ตัวอย่าง : ยอดชำระสินเชื่อ/เดือนคือ 10,000 บาทโดยคิดเป็นดอกเบี้ย 4,000 บาทและเงินต้น 6,000 บาท ถ้าต้องการโปะ 5,000 จะตัดจ่ายดอกเบี้ย 1,000 บาทและเงินต้น 4,000 บาท หลังจากนั้นเมื่อถึงวันครบกำหนดชำระรอบถัดไป จากยอดที่ต้องชำระ 10,000 บาทจะคิดเป็นดอกเบี้ย 3,000 บาทและเงินต้น 7,000 บาท

__________________________________________

9. ธนาคารยูโอบี (UOB)

ถ้าต้องการให้เงินที่โปะนั้นลดแต่เงินต้น สามารถโปะหลังจากชำระยอดสินเชื่อปกติภายในวันเดียวกัน หรือชำระล่วงหน้าก่อนวันครบกำหนดชำระ แต่ถ้าต้องการจ่ายล่วงหน้าต้องจ่ายภายใน 1-2 วันก่อนครบกำหนดชำระและง่ายเป็นเงินก้อนเดียวรวมกับยอดชำระปกติเท่านั้น

ตัวอย่าง : ครบกำหนดชำระวันที่ 30 เป็นเงิน 10,000 บาท ถ้าต้องการโปะ 5,000 บาทต้องจ่ายหลังจากตัดยอดปกติและจ่ายภายในวันที่ 30 เท่านั้น หรือถ้าต้องการชำระล่วงหน้าต้องทำการชำระภายในวันที่ 28-29 เป็นเงินจำนวน 15,000 บาท(ครั้งเดียวไม่จ่ายแยก) ซึ่งเงิน 5,000 บาทที่จ่ายเกินมาจากค่างวดปกติจะไปลดเงินต้นทั้งหมด

__________________________________________

 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก HOME


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy