แชร์

สัญญาณบ้านทรุดและวิธีป้องกัน

อัพเดทล่าสุด: 13 พ.ค. 2026
5 ผู้เข้าชม

3 วิธีป้องกันบ้านทรุด
ในกรณีที่พบโพรงใต้บ้านหรือพบรอยแตกร้าวที่ยังไม่มากนัก เราสามารถป้องกันบ้านทรุดได้ดังนี้

1. ทำแผงป้องกันดินไหล
ถ้าพบว่าโพรงใต้บ้านมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีดินไหลลงไป สามารถป้องกันและแก้ไขได้ด้วยการอุดปิดโพรงด้วยแผ่นพื้นคอนกรีต แผ่นพื้นสำเร็จ แผ่นโฟม หรือแผ่นเหล็กผิวเรียบ โดยวิธีการปรับแก้เริ่มขุดดินโดยรอบโพรงให้ลึกกว่าดินใต้ตัวบ้าน จากนั้นนำแผ่นวัสดุมาเสียบในดินให้แน่น (ลึกประมาณ 50-80 เซนติเมตร) อาจก่ออิฐปิดทับอีกชั้น เพื่อกันดินจากด้านนอกไหลเข้าไปในโพรง

__________________________________________

2. เติมดินและทราย
ในกรณีที่เป็นโพรงใหญ่และเพิ่งเริ่มทรุดตัว สามารถป้องกันบ้านทรุดได้ด้วยการเติมดินหรือทราย โดยขุดรอบ ๆ รอยแยกให้เห็นแนวโพรง แล้วอัดดินหรือฉีดน้ำไล่ทรายเข้าไป เสร็จแล้วถมดินรอบบ้านให้สูงขึ้นจนเลยโพรงใต้บ้าน ขณะเดียวกันตอนอัดดินก็ต้องระวังเรื่องการกระทบระบบท่อต่าง ๆ ใต้อาคารและการเพิ่มน้ำหนักให้โครงสร้างบ้านด้วย

__________________________________________

3. การซ่อมรอยต่อระหว่างผนัง
ในกรณีที่ไม่พบโพรงใต้ดิน แต่ตัวบ้านเริ่มมีรอยแยกระหว่างผนังบ้าน วิธีป้องกันเบื้องต้นคือนำปูนทรายมาอุดฉาบบริเวณรอยร้าว แต่ถ้าต้องการป้องกันบ้านทรุดในระยะยาว แนะนำว่าควรตัดรอยต่อของผนังทั้งแนวให้แยกขาดออกจากกันทั้งด้านในและด้านนอก เพื่อป้องกันการดึงโครงสร้างหลักให้ทรุดตัว หลังจากนั้นให้อุดรอยต่อด้วยวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูงแทน

__________________________________________

3 วิธีแก้ไขปัญหาบ้านทรุด
ถ้าหากปัญหาบ้านทรุดยากเกินจะป้องกันด้วยตนเอง ก็ควรแจ้งผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เช่น เจ้าของโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อทำการแก้ไข หรือใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ

1. ติดต่อเจ้าของโครงการ
ในกรณีที่ซื้อบ้านใหม่ เจ้าของโครงการหรือผู้ขายจะรับประกันโครงสร้างบ้าน คือ หลักประกันความปลอดภัยและคุณภาพของสิ่งปลูกสร้างที่ได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยทั่วไปแล้วจะมีระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี หรือกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขภายใต้กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งรวมอยู่ในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และพระราชบัญญัติที่ดินที่คุ้มครองอยู่

เมื่อทำสัญญาซื้อขายบ้าน ผู้ขายจะระบุเงื่อนไขต่าง ๆ ไว้อย่างชัดเจน เพื่อรับประกันว่ารับผิดชอบและซ่อมแซมในกรณีที่เกิดความเสียหายในส่วนต่าง ๆ ของบ้าน

หากว่าเจ้าของบ้านไม่ได้ทำการต่อเติมบ้านที่ผิดเงื่อนไขการรับประกัน ก็สามารถเรียกร้องให้ผู้ขายดำเนินการแก้ไขปัญหาบ้านทรุดได้ หากผู้ขายไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหา เจ้าของบ้านสามารถแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หรือฟ้องศาลแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย หรือฟ้องศาลอาญาเพื่อเอาผิดฐานฉ้อโกงได้

__________________________________________

2. ปรึกษาวิศวกรก่อสร้าง
ในกรณีที่เป็นบ้านเก่าหรือหมดประกันแล้ว หากบ้านทรุดควรติดต่อบริษัทผู้เชี่ยวชาญหรือวิศวกรก่อสร้างให้เข้ามาวิเคราะห์สาเหตุและหาทางแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ซึ่งอาจต้องขุดพื้นดินเพื่อซ่อมฐานราก หรือใช้เสาดามเพื่อค้ำยันตัวบ้านด้านที่ทรุดเอียง

โดยวิธีการซ่อมบ้านทรุดนั้นมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของปัญหาที่พบ ดังนั้นจึงไม่ควรใช้บริการจากช่างรับเหมาก่อสร้างทั่วไป เพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง อาจแก้ไขได้ไม่ตรงจุด

__________________________________________

3. ดีดบ้านเพื่อปรับฐานราก
ในกรณีที่พื้นดินทรุดตัวหนักหรือฐานรากเสียหายจนเกินซ่อมแซม ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาบ้านทรุดได้แบบไม่ต้องทุบทิ้ง นั่นก็คือ การดีดบ้าน ด้วยการตัดบ้านออกจากฐานรากเดิม แล้วยกขึ้นจนลอยตัวเพื่อรื้อฐานรากใหม่ ก่อนจะประกบตัวบ้านให้ติดกับฐานรากใหม่

อย่างไรก็ตามการดีดบ้านจะมีค่าบริการที่ค่อนข้างสูงมาก บ้านยิ่งใหญ่ ยิ่งหนัก ก็ยิ่งทำได้ยาก และต้องดำเนินการโดยบริษัทผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นจึงจะปลอดภัย

__________________________________________

การแก้ปัญหา หลังบ้านเป็นบ่อน้ำ ที่ยั่งยืนที่สุดเพื่อป้องกันปัญหาบ้านทรุดในอนาคตคือ 3 วิธีที่กล่าวไป และที่สำคัญคือเมื่อพบปัญหาก็ควรแก้อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันปัญหาบ้านทรุดที่ลุกลามจนแก้ได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูงตามไปด้วย

__________________________________________

 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก DD Property


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy