แชร์

อยากซื้อบ้านตอนอายุ 30 ต้องเก็บเงินอย่างไร

อัพเดทล่าสุด: 6 มี.ค. 2026
43 ผู้เข้าชม

หากเราอยากจะซื้อบ้านสักหลังหรือคอนโดสักห้องหนึ่ง เราควรมีเงินไม่ต่ำกว่า 15% ของมูลค่าบ้านหรือคอนโดที่เราจะซื้อ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของเงินดาวน์ และเงินที่ส่วนต่าง ๆ จากกรณีที่ขอสินเชื่อบ้านได้เพียงบางส่วน แต่ถ้าจะให้มั่นใจว่าจะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการซื้อขายล่ะก็ควรมีเงินเก็บไว้ประมาณ 20% ของมูลค่าบ้าน หากเริ่มทำงานตอนอายุ 24 ปี ก็จะมีเวลาประมาณ 6 ปี ในการเก็บสะสมเงินเพื่อซื้อบ้าน

ทั้งนี้ การเก็บเงินเอาไว้ในบัญชีออมทรัพย์นั้นก็ให้ผลตอบแทนที่ต่ำเหลือเกิน แต่ถ้าหากนำไปลงทุนก็กลัวว่าจะมีความเสี่ยง ที่ทำให้สุดท้ายแล้วอาจเกิดความเสียหายถึงขั้นที่กระทบกระเทือนต่อเงินต้นได้ แล้วฝันที่จะมีบ้านตอนอายุ 30 ปี ก็ต้องเลื่อนออกไป ถ้าอย่างนั้นจะเก็บเงินไว้ที่ไหนได้บางล่ะ วันนี้มีคำตอบ

__________________________________________

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์

คือบัญชีเงินฝากที่เรามีอยู่แล้ว เช่น บัญชีเงินเดือนที่บริษัทโอนเงินค่าจ้างเข้ามาในทุก ๆ เดือน บัญชีเงินฝากประเภทนี้มีจุดเด่นอยู่ที่สภาพคล่องที่สูงมากจะถอนเงินเท่าไร และเมื่อไรก็ได้ทำให้ไม่ว่าฝากเงินหรือนำเงินไปลงทุนในผลิตภัณฑ์การเงินใด ๆ ก็ควรมีเงินเหลือเอาไว้ในบัญชีออมทรัพย์เสมอ เผื่อในกรณีฉุกเฉินจะได้มีแหล่งเงินที่สามารถนำออกมาใช้จ่ายได้ทันที

นอกจากนี้หากเลือกเปิดบัญชีออมทรัพย์กับบางธนาคารยังได้รับสิทธิยกเว้นค่าธรรมเนียมจ่ายบิล หรือค่าธรรมเนียมโอนข้ามเขตอีกด้วยทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก อีกทั้งการฝากออมทรัพย์ในลักษณะบัญชีออนไลน์ที่ไม่มีสมุดคู่ฝากก็ยังได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าแบบที่มีสมุดคู่ฝากอีกด้วย

__________________________________________

บัญชีเงินฝากประจำ

เป็นบัญชีเงินฝากที่ประเภทหนึ่งที่เราจะต้องนำเงินไปฝากไว้ภายใต้เงื่อนไขของธนาคารเพื่อให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยตามที่ธนาคารตกลงซึ่งสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ เช่น ฝากเงินเป็นก้อนเอาไว้โดยไม่ถอนตลอด 24 เดือน หรือฝากในจำนวนเท่า ๆ กันทุก ๆ เดือนต่อเนื่อง 20 เดือน เป็นต้น ซึ่งเราอาจแบ่งเงินจำนวนหนึ่งมาฝากไว้ในบัญชีเงินฝากประจำก็ได้

โดยเราจะต้องมั่นใจว่าเราจะไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนนี้ในช่วงเวลาที่ยังฝากอยู่เพราะถ้าหากถอนออกมาก่อนกำหนดก็จะไม่ได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงตามที่ตกลงไว้

ดังนั้น บัญชีประเภทนี้จึงมีสภาพคล่องที่ต่ำกว่าบัญชีออมทรัพย์เพราะไม่สามารถถอนได้ทุกเมื่อ แต่หากเรารู้กำหนดเวลาที่แน่นอนว่าจะใช้เงินก้อนนี้เพื่อซื้อบ้านเมื่อไรก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล

__________________________________________

ตราสารหนี้

เป็นผลิตภัณฑ์การเงินที่ผู้ที่กำลังเก็บเงินเพื่อซื้อบ้านสามารถนำเงินไปลงทุนได้โดยตรง โดยตราสารหนี้คือตราสารทางการเงินชนิดหนึ่งที่ผู้กู้หรือลูกหนี้เป็นฝ่ายออกตราสารหนี้ และผู้ลงทุนจะซื้อตราสารหนี้จะอยู่ในฐานะผู้ให้กู้หรือเจ้าหนี้

ผู้ลงทุนตราสารหนี้จะได้รับดอกเบี้ยจากผู้ออกตราสารหนี้อย่างสม่ำเสมอ และได้รับเงินต้นคืน ณ สิ้นอายุของตราสารหนี้ซึ่งเป็นการกำหนดเวลาที่แน่นอน หรือจะขายก่อนถึงกำหนดเวลาก็สามารถทำได้ จึงเหมาะสมที่จะลงทุนเพื่อรอนำเงินไปใช้ซื้อบ้าน

สำหรับการซื้อขายนั้นสามารถซื้อ ขาย เปลี่ยนมือได้ในตลาดตราสารหนี้ (Bond Electronic Exchange) ซึ่งดำเนินการภายใต้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากจะมีความมั่นคงก็ยังลดความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่องได้เช่นกัน

แต่ในการลงทุนตราสารหนี้โดยตรงนี้กำหนดมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำไว้ที่ 1 แสนบาท หากมีเงินไม่มากนักก็ไม่สามารถทยอยลงทุนได้ แต่สามารถลงทุนในตราสารหนี้ทางอ้อมได้ผ่านทางกองทุนรวมตลาดเงิน

__________________________________________

กองทุนรวมตลาดเงิน

หากไม่มีเงินลงทุนทีเดียวครั้งละมาก ๆ แต่ยังต้องการลงทุนในตราสารหนี้ก็สามารถลงทุนทางอ้อมได้ด้วยการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม โดยระดมทุนจากผู้ลงทุนไปลงทุนในเงินฝากของธนาคาร และตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น ตั๋วเงินคลัง ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือพันธบัตร

รวมไปถึงหุ้นกู้เอกชน จุดเด่นของกองทุนรวมตลาดเงินคือ เงินขั้นต่ำในการลงทุนนั้นไม่มากเพียง 500-1,000 บาท ก็ซื้อหน่วยลงทุนได้แล้ว นอกจากนี้คือผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับการฝากเงินในบัญชีฝากประจำ แต่มีสภาพคล่องที่สูงมากโดยผู้ลงทุนสามารถซื้อขายหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ และสำหรับการขายหน่วยลงทุนนั้นจะได้รับเงินภายในวันถัดไปนับจากส่งคำสั่งขาย

ทั้ง 4 ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เรานำมาเสนอในครั้งนี้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเก็บสะสมเงินและลงทุนในช่วงระยะเวลาประมาณ 6 ปี ตั้งแต่เริ่มทำงาน เพื่อให้มีเงินเพียงพอที่จะสานฝันของตัวเองด้วยการซื้อบ้านตอนอายุ 30 ปี

อย่างไรก็ตาม การลงทุนแต่ละแบบต่างมีข้อดีข้อเสีย ข้อจำกัด และความเสี่ยงที่แตกต่างกันไป ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้ดีกับสถาบันการเงินก่อนตัดสินใจลงทุน และควรลงทุนในหลาย ๆ รูปแบบแบบกระจายความเสี่ยง

__________________________________________

 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก DD-Property


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy