มือใหม่เลือกซื้อบ้าน คอนโด

1. มีเงิน
คิดจะซื้อบ้านต้องมีเงิน! ส่วนใหญ่คนไทยซื้อบ้านเงินผ่อนเกิน 90% (อีก 10% ซื้อสด) นั่นหมายความว่าคนส่วนใหญ่ต้อง "กู้เงินธนาคาร" และต้องเตรียมพร้อมกับการเป็นหนี้ระยะยาว 20-40 ปี ผ่อนกันยาวๆ ไปเลย คุณจะต้องวางแผนเรื่องการเงิน มีเงินเก็บสำหรับวางดาวน์ (ถึงแม้โครงการส่วนใหญ่จะบอกว่าไม่ต้องดาวน์! กู้เต็ม 100% ไปเลย แต่การที่คุณมีเงินดาวน์ก็สัก 10-15% ของราคาบ้าน คือ คุณจะเป็นหนี้น้อยลงนะคะ ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเยอะๆ เกินจำเป็น) สรุป มีเงินสำหรับผ่อนดาวน์ หรือผ่อนธนาคารเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ซึ่งก็รวมถึงการมีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีรายได้ที่แน่นอน เพราะถ้าไม่เช่นนั้น หากคุณตัดสินใจซื้อบ้านไป ระยะยาวอาจจะเป็นปัญหาได้
__________________________________________
2. มีบ้าน-คอนโดในฝัน
หลายคนอาจจะมองว่า ข้อนี้ไม่สำคัญ แต่การมีบ้าน-คอนโดในฝัน มันทำให้การเลือกซื้อบ้าน-คอนโดของเรามีความชัดเจนมากขึ้น ในประเด็นการเลือกโครงการ เราจะไม่เลือกโครงการไหนก็ได้ เราควรเลือกโครงการที่เราอยู่แล้วแฮปปี้ มีความสุขที่สุด เช่น คนชอบออกกำลังกาย ชอบธรรมชาติ ก็ควรจะเลือกบ้าน-คอนโดที่ให้พื้นที่สวนเยอะๆ หน่อย มีพื้นที่สำหรับออกกำลังกายมากหน่อย หรือใครวางแผนจะโสดตลอดชีวิต บ้าน-คอนโดในฝันอาจจะไม่จำเป็นต้องใหญ่โต ขอแค่อยู่อาศัยคนเดียวสบายๆ ก็พอแล้ว หรือใครวางแผนมีครอบครัว แต่งงานมีลูก ก็เลือกบ้านที่รองรับสมาชิกในอนาคตไว้เลยจะดี
__________________________________________
3. เลือกบ้าน-คอนโด
ข้อนี้ต่อจากข้อ 2 เมื่อคุณมีข้อ 2 ชัดแล้ว ข้อ 3 ก็เลือกไม่ยาก พอได้บ้าน-คอนโดในฝันคร่าวๆ แล้วก็มาดูบ้าน-คอนโดที่เราสามารถจับต้องได้ในความเป็นจริง ที่สอดคล้องกับรายได้ของเราเอง คิดง่ายๆ บ้าน 1 ล้านต้องผ่อนประมาณ 7-8 พันบาทต่อเดือน และควรมีเงินเดือนมากกว่าเงินผ่อนบ้านอย่างน้อย 3 เท่า! นั่นหมายความว่าจะซื้อบ้าน 1 ล้านบาทต้องมีเงินเดือนประมาณ 20,000 บาท
__________________________________________
4. กู้แบงค์-ขอสินเชื่อ
ขั้นตอนนี้สำคัญเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ต้องดูให้ละเอียดถี่ถ้วน อย่างน้อยควรยื่นกู้ธนาคารประมาณ 2-3 ที่เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบเรื่องอัตราดอกเบี้ย ที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราเอง แต่ละธนาคารเงื่อนไขการพิจารณาแตกต่างกัน ธนาคาร A เรากู้ผ่าน แต่ธนาคาร B ไม่ให้ผ่าน และธนาคาร C ให้ผ่าน แบบนี้เกิดขึ้นได้ ฉะนั้นแล้ว พิจารณากันดีๆ
__________________________________________
5. ตรวจรับมอบ-เมื่อกู้แบงค์ผ่าน
ขั้นตอนต่อมาก็เตรียมตัวรับมอบบ้านหรือห้องคอนโดฯ กัน ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กันเลยนะ พูดง่ายๆ ก็คล้ายๆ กับที่เราตรวจรับสินค้าก่อนจ่ายเงิน แต่นี่เป็นสินค้าที่มีราคาแพงมากๆ คนส่วนใหญ่ซื้อได้ครั้งเดียวในชีวิต หรือไม่ได้ซื้อกันบ่อยๆ ที่สำคัญคือเมื่อซื้อแล้วเป็นหนี้ระยะยาว 20-40 ปีกันเลย ฉะนั้นควรตรวจตราให้ดี ทุกจุดทั้งงานโครงสร้างและงานระบบต่างๆ เช่น ผนัง, พื้น, เพดาน, กรอบประตู-หน้าต่าง ระบบน้ำ, ระบบไฟฟ้า ซึ่งหากมีวิศวกรมาช่วยตรวจงานด้วยก็จะเพิ่มความมั่นใจไปได้ระดับหนึ่ง สำหรับคอนโดมิเนียมอัตรา 1,500-5,000 บาทต่อยูนิต
__________________________________________
6. โอนกรรมสิทธิ์
ขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะย้ายเข้าอยู่ ต้องทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์กันแล้ว ซึ่งขั้นตอนนี้ก็มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการพอสมควรเลย คิดคร่าวๆ ประมาณ 2-3% ของราคาบ้านกันเลย แต่บางโครงการที่เราซื้อ มักจะมีโปรโมชั่นฟรีค่าโอนฯ ถ้าใครได้โปรฯ นี้ไปก็ช่วยเซฟค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลย แต่ถ้าใครต้องจ่ายเอง
__________________________________________
7. ย้ายเข้าอยู่
จบที่การได้ย้ายเข้าอยู่แล้ว พอทำทั้ง 6 ขั้นตอนเรียบร้อยแล้วก็ได้ฤกษ์ย้ายเข้าอยู่กันซะที บ้านใหม่ หรือคอนโดใหม่ หลายๆ คนมีภาพฝันในจินตนาการกันไว้แล้วว่าอยากได้ห้องแบบไหน บ้านแบบไหน ตกแต่งกันได้ตามใจชอบเลยค่ะ และอย่าลืมให้ความสำคัญกับฟังก์ชั่นการใช้งานนะคะ บ้านที่ดีควรเป็นบ้านที่เราอยู่แล้วสบาย
__________________________________________
7 ขั้นตอนการซื้อบ้านฉบับย่อ สำหรับมือใหม่ที่วางแผนจะซื้อบ้าน-คอนโด ควรมีระยะเวลาที่เหมาะสมในการเตรียมตัวและเตรียมข้อมูลต่างๆ มีเวลาเลือกโครงการและเปรียบเทียบให้ได้โครงการที่เหมาะสมกับเราที่สุดทั้งเรื่องไลฟ์สไตล์และงบประมาณ
__________________________________________
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก HOME


